เรื่องง่ายๆ ที่อาจทำให้คุณลืมสิ่งสำคัญในวันแต่งงาน

    SHARE

              มีเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจำนวนไม่น้อยที่จัดงานแต่งด้วยตัวเอง และเมื่อเวลาผ่านไป 2-3 เดือน คุณจะรู้สึกเหมือนกับว่าได้กลายเป็นนักจัดงานมืออาชีพไปแล้ว คุณทราบถึงราคาดอกไม้ที่ใช้จัดงานในช่วงเวลานั้น สามารถจพชื่อดีไซน์เนอร์ชุดแต่งงานชื่อดัง หรือแม้แต่ชื่อของผู้ที่จะช่วยงานในวันงานของคุณ แต่บางครั้งการยุ่งอยู่กับการเตรียมงานอาจทำให้คุณหลงลืมสิ่งสำคัญที่คุณควรจะต้องรู้ในวันแต่งงานไปก็ได้ ถ้านั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไรกันบ้าง

              1.เมื่อเจ้าสาวต้องเข้าห้องน้ำ เจ้าสาวอาจจะต้องการผู้ช่วย ถ้าเธอจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำในวันงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชุดของเจ้าสาวที่สวมใส่ว่าเป็นแบบไหน ถ้าเป็นชุดแบบเจ้าหญิงฟูฟ่องมีสุ่ม กระโปรงลากพื้น แน่นอนว่าคุณต้องการคนมาช่วยจับชายกระโปรง แต่ถ้าชุดเจ้าสาวเป็นแบบทรงเรียบหรู คุณก็สามารถจัดการธุระส่วนตัวได้ด้วยตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นลองพิจารณาดูจากชุดว่าคุณควรมีผู้ช่วยหรือไม่
              2. จูบอย่างไรให้ดูเหมาะสมในงาน การสร้างบรรยากาสทำได้ไม่ยาก ลองนึกถึงวันที่เขาขอคุณแต่งงาน จะช่วยทำให้จูบได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ต้องระวังอย่าเกิน 10 วินาที เพราะมันจะดูน่าเกลียดจนเกินงาม แต่สำหรับเจ้าสาวคุณอาจจะจินตนาการว่ากำลังเล่นหนังรักอยู่ก็ได้ค่ะ

                3. สิ่งที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องทำต้อนตัดเค้ก การตัดเค้กแต่งงานเริ่มขึ้นหลังจากพิธีกรได้ทำการสัมภาษณ์คู่บ่าวสาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเสียงเพลงจะดังขึ้น หลังจากที่คุณตัดเค้กเสร็จแล้ว ก่อนที่จะนำเค้กไปให้ประธานในงานหรือคุณพ่อคุณแม่ คุณอาจจะทำการป้อนเค้กให้กันและกันเพื่อให้ช่างภาพได้เก็บภาพความประทับใจ ก่อนดำเนินพิธีการต่อไป

     

    4. ตำแหน่งที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวควรยืนบนเวที ในความจริงแล้วยืนตำแหน่งไหนก็ได้เหมือนกัน ให้ดูตามความเหมาะสม แต่ถ้าคุณยึดถือประเพณีโบราณก็คงต้องเป็นหญิงยืนซ้าย ชายยืนขวาเป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุด พิธีกรจะเป็นผู้ช่วยคุณได้ดีบนเวทีในการแนะนำตำแหน่งที่จะเป็น เพราะเขาจะทราบว่าต้องเชิญใครบ้าง และแต่ละท่านจะทำหน้าที่อะไรบนเวที เพื่อที่จะให้เป็นลำดับและขั้นตอนของพิธีการเป็นไปอย่างราบรื่น
              5. สำหรับเจ้าสาวควรหารองเท้าสำรอง คงปฏิเสธไม่ได้และเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ในวันงานทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะต้องทำหน้าที่รับแขกเป็นหลัก และจะต้องยืนเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเจ้าสาวที่ต้องอยู่บนส้นสูง จนบางครั้งถึงขั้นปวดขาก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิก เพราะฉะนั้นการที่เจ้าสาวควรหารองเท้าที่มีส้นเตี้ยมาไว้สำรองเปลี่ยนระหว่างงานก็ไม่ผิดอะไร
              6. วิธีเปลี่ยนงานเลี้ยงเป็น After Party สำหรับคู่บ่าวสาวรุ่นใหม่ ที่เพื่อนมาร่วมงานมากกว่าแขกของคุณพ่อคุณแม่ ส่วนใหญ่แล้วมักจะตามด้วย after party หลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยงแบบพิธีการ การสร้างบรรยากาศที่แตกต่างโดยใช้สีของไฟเป็นส่วนหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้เปลี่ยนช่วงต่อระหว่างงานเลี้ยงและ after party ได้โดยไม่สร้างความยุ่งยากให้กับแขกที่มาร่วมงาน ผู้ที่มาร่วมงานจะรู้สึกอีกครั้งว่ากำลังเข้าสู่ช่วง after party หลังจากที่แสงไฟภายในห้องเปลี่ยนไปและจังหวะของดนตรีเริ่มเร็วขึ้น ซึ่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวอาจจะใช้เวลาที่แขกกำลังเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารเปลี่ยนชุดที่เตรียมไว้ เพื่อกลับมาต้อนรับแขกผู้ใหญ่ที่ทยอยกลับได้ทัน

               บางครั้งเวลาที่เรายุ่งอยู่กับอะไรมากๆก็ทำให้ลืมเรื่องสำคัญไปได้เช่นกัน ดังนั้นต้องค่อยคิดและย้ำเตือนความคิดตัวเองเสมอเพื่อไม่ให้พลาดสิ่งที่ควรจะทำไป ซึ่งบางข้อก็อาจจะเป็นเรื่องที่มีคนนึกถึง บางข้อก็อาจจะไม่นึกถึงบ้าง เลยอยากนำมาฝากกันให้เป็นทริคดีๆเพื่อนำไปปรับใช้กับงานแต่งของทุกคนกันค่ะ

    ขอบคุณข้อมูลจาก Wedding creation+honeymoon magazine
    เครดิตรูจาก NARAKORN PHOTOGRAPHY, Buddy’s Wedding