รักแบบไทย แต่งงานแบบไทย ใส่ใจรายละเอียดและความสำคัญ

SHARE

          จะแต่งงานแบบไทยๆ เป็นเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีขั้นตอนมากมายและเต็มไปด้วยเคล็ดลับของความเป็นสิริมงคล ชีวิตที่เร่งรีบ สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ขั้นตอนต่างๆลดหย่อน ตัดทอนรายละเอียดลงไปมาก แต่สำหรับคู่แต่งงานอีกจำนวนไม่น้อย ก็ยังคงต้องการยึดรูปแบบเดิมๆ นี้ไว้มาดูกันดีกว่าว่าจะแต่งงานแบบไทยต้องผ่านอะไรบ้าง
          การสู่ขอ สำหรับวิถีแบบไทยๆ ไม่ใช่แค่การรู้จักกันสองคน แต่ต้องบอกกล่าวผู้ใหญ่ให้ทราบและบางคราวก็ให้ท่านเป็นฝ่ายร่วมตัดสินใจด้วย การตกลงกันจะมีตั้งแต่เรื่องสิ้นสอดทองหมั้น รวมไปถึงการหาฤกษ์ยาม ฝ่ายหญิงอาจจะหาความมั่นใจด้วยการขอวันเดือนปีเกิดของฝ่ายชายเอาไว้ เพื่อนำไปผูกดวงดูสมพงศ์ เถ้าแก่จะเป็นผู้แจ้งข่าวเรื่องตกลงหรือไม่ตกลงแก่ฝ่ายชาย หลังจากนั้นจะต้องพูดคุยเตรียมการทั้งหลาย เช่น เรื่องการจัดขบวนขันหมาก จำนวนแขกที่จะมาร่วมงาน
           เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะอยู่ที่ไหนหลังแต่งงานกันแล้ ถ้าเป็นสมัยโบราณฝ่ายชายจะเป็นผู้ปลูกเรือนหอ แต่ถ้าไม่มีเรือนหอจะขออาศัยอยู่กับพ่อแม่ต่อไปก็ได้ ในกรณีนี้ถ้าฝ่ายหญิงมาขออยู่บ้านฝ่ายชายจะเรียกว่า วิวาหมงคล แต่ถ้าฝ่ายชายไปอยู่บ้านฝ่ายหญิงจะเรียกว่า อาวาหมงคล
           ฤกษ์ยาม งานหมั้นทั้งหมายมักจะกำหนดให้เป็นตอนเช้า ก่อนเที่ยง หรืออีกทีก็เป็นตอนบ่าย จากฤกษ์หมั้นก็จะมีฤกษ์ขั้นหมากนิยม ฤกษ์รดน้ำ และต้องดูทิศทางที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะนั่ง นอกจากนั้นยังมีฤกษ์ที่นอนและฤกษ์ส่งตัว ซึ่งคนโบราณให้ความสำคัญมาก

          ขันหมาก ที่เรียกว่าขันหมาก เพราะในขันหมากที่ใช้เป็นภาชนะ ไม่ว่าจะเป็นขันหมากเงิน ขันหมากทอง หรือขันหมากถมจะมีหมากทั้งลูกจำนวน 4 หรือ 8 ผลที่เป็นตะแง้เดียวกัน ที่เปลือกหมากจะมีปูนแดงป้ายเอาไว้ทุกผล
           ขันสินสอด ตั้งแต่สมัยโบราณการหมั้นนั้นมักจะเรียกของหมั้นเป็นทองคำจนมีคำติดปากมาจนถึงทุกวันนี้ว่า สินสอดทองหมั้น โดยสินสอดเงินและผ้าไหว้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อแม่ ที่เรียกกันว่าเงินค่าเลี้ยงดูหรือค่าน้ำนม ส่วนทองคำจะถือว่าเป็นของติดตัวเจ้าสาวต่อไป
           แต่งงาน วันที่ไม่นิยมแต่งงานตามความเชื่อแบบไทย คือวันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์กับวันอุบาทว์ และวันโลกกาวินาศ ซึ่งจะไม่ตรงกันในแต่ละปี
           รับไหว้ คนไทยถือในเรื่องของความกตัญญูเป็นใหญ่ พิธีรับไหว้คือการแสดงความเคารพต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย โดนจะทหยอยกันเข้ามานั่งหน้าคู่แต่งงาน ทางพ่อแม่เจ้าสาวในฐานะที่เป็นเจ้าภาพก็จะให้เกียรติพ่อแม่ฝ่ายชายก่อน
           ตักบาตรทำบุญ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม สำหรับคนไทยต้องมีการทำบุญเข้ามาประกอบด้วยเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคล สมัยก่อนกาาตักยาตรจะใช้ทัพพีคนละคัน แต่เดี๋ยวนี้จะใช้ทัพพีร่วมกัน ถือเป็นเคล็ดเรื่องการเกิดมาคู่กันทุกชาติไป

          พิธีรดน้ำสังข์ การรดน้ำสังข์จะทำหลังจากที่คู่แต่งงานได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรฟังพระสวดพระพุทธมนตร์และถวายจตุปัจจัยไทยทานเรียบร้อยแล้ว พระผู้ใหญ่ที่เป็นประทานในพิธีจะเป็นผู้เจิมหน้าผากให้เจ้าบ่าวและจับมือเจ้าบ่าวเจิมให้เจ้าสาวอีกต่อหนึ่ง
          การปูที่นอนและส่งตัว ปัจจุบันพิธีที่ว่านี้ทำพอเป็นพิธีเท่านั้นจริงๆ ผู้ใหญ่ที่ถูกเชิญมาไม่ต้องูที่นอนจริงๆพียงแต่ฝ่ายชายจะนอนลงที่นอนด้านขวา ฝ่ายหญิงด้านซ้าย เป็นการนอนเอาเคล็ด สิ่งที่ใช้เป็นสิริมงคลสำหรับการส่งตัวมีหินบดยา ฟักเขียว แมวตัวผู้สีขาว ที่ทาแป้งและของหอมไว้ทั้งตัว นอกจากนั้นจะมี ถั่วทอง งา ข้าวเปลือก อย่างละหยิบมือห่อไว้ในจาน เถ้าแก่ของทั้งสองฝ่ายจะให้คู่แต่งงานไปที่ที่นอน ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะพูดจาส่งตัว ฝากฝั่งให้เจ้าบ่าวช่วยดูแล รักใคร่เอ็นดู อย่าได้ทอดทิ้ง ฝ่ายชายจะรับคำ จากนั้นทั้งคู่ก็จะได้รับการอบรมให้รู้จักหน้าที่ของแต่ละฝ่าย
          พิธีไทยเป็นพิธีดีงามประจำชาติ แม้แต่คู่แต่งงานที่เป็นคนสมัยใหม่หลายๆคู่ เมื่อเข้าพิธีเหล่านี้ต่างฝ่ายต่างก็น้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งกันมามากแล้ว ช่วยกันเก็บรักษาความงามในชีวิตไทยๆไว้บ้าง แล้วความทรงจำถึงวันนั้นจะยิ่งมีความหมาย

เครดิตภาพ Buddy’s Wedding