รีวิวแต่งงาน เรียบง่าย ธรรมชาติ จัดงานในวัด

SHARE

เป็นงานแต่งที่เริ่มต้นจากความที่ไม่อยากจัดงานแต่งเพราะในความคิดของทั้งคู่ การแต่งงานไม่ได้มีความหมายกับชีวิตคู่มากขนาดนั้น เป็นแค่ครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ด้วยครอบครัว สังคมของทั้งคู่ทำให้งานแต่งงานยังจำเป็นจะต้องมี ทั้งคู่ได้หาไอเดียมากมาย และสุดท้ายงานแต่งก็ได้จัดขึ้นเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งคู่ก็อยากแชร์ไอเดียเอาไว้ให้คู่รักที่กำลังวางแผยแต่งงานได้นำเป็นไอเดียในการจัดงานค่ะ

สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงเมื่อเรากำลังจะจัดงานแต่งนั้นก็คือ ” สถานที่จัดงาน “ แต่ต้องไม่ใช่โรงแรม ทั้งคู่เลยรองหาสถานที่ที่รองรับแขกได้ 50 – 100 คน เช่น ร้านอาหาร สวนสาธารณะ และสุดท้ายก็มาจบลงที่ ” วัด “ ซึ่งไม่น่าจะเป็นสถานที่จัดงานแต่งได้ แต่มันก็เป็นไปแล้วค่ะ

และวัดที่จัดงานคือ วันชลประทานฯ และธีมงานคือความเรียบง่าย และสถานที่นี้ก็ตรงตามที่ต้องการมากๆ ทางวัดมีหอประชุมใหม่ที่อาคารปัญญานันทานุสรณ์ ใหญ่โต สวยงาม เป็นแบบเรียบง่ายแต่ดูดีมาก

แต่ที่นี้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่ด้วยโครงสร้างและพัดลมที่ติดตั้งอยู่แล้ว ลมก็ผ่านดีมาก เลยทำให้อากาศโปร่งไม่ร้อนมากเกินไป แต่ก็ต้องแจ้งแขกที่มาให้ทราบไว้ก่อนด้วยค่ะ

งานแต่งวิถีพุทธ
อีกสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจจัดงานที่วัดชลประทานฯ คือทางวัดในจัดงานแบบ ” วิถีพุทธ “ เท่านั้น ให้มีพิธีที่เป็นทางศาสนาพุทธเท่านั้นและไม่ให้มีพิธีที่ไม่จำเป็นอย่างเช่น แห่ขันหมาก รดน้ำสังฆ์ ด้วยความที่ทั้งคู่ไม่ได้จะจัดพิธีเป็นทางการมากมายเลยเป็นอะไรที่ทำให้ทั้งคู่เลือกสถานที่นี้ และทางวัดมีให้เลือก 4 พิธี

1. พิธีรับไหว้ ทางวัดมีชุดโซฟาให้ใช้ เป็นชุดที่ได้รับบริจาคจากบ่าวสาวคู่แรกที่มาจัดงานแต่งที่วัด
2. พิธีสงฆ์
3.ธรรมสมรส เป็นการเทศน์สอนการครองชีวิตคู่และการมีครอบครัว มีประโยชน์มากได้ทั้งบ่าวสาวและแขกที่มาร่วมงานเลยค่ะ นอกจากคำสอนดีๆแล้วยังได้หนังสือดีๆกลับมาอ่านต่อด้วย
4. เลี้ยงอาหารกลางวัน ทางวัดมีทั้งโต๊ะกลมโต๊ะยาว เก้าอี้ ผ้าคลุมโต๊ะพร้อมเลยค่ะ

ส่วนอาหารที่ใช้จัดเลี้ยงต้องเป็นจากโรงทานของทางวันเท่านั้น เพราะการนำโต๊ะจีนหรืออาหารจากข้างนอกมา
อาจทำให้เกิดความสกปรกและวุ่นวาย ส่วนงานของบ่าวสาวเลือกเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ รสชาติอร่อย แขกในงานชมมากมายเลยค่ะ

ในช่วงของการทานอาหาร สามารถมี Video Presentation มาเปิดได้ และบ่าวสาวก็ได้จัดทำขึ้นเอง มีดนตรี มีคำอวยพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพ นอกจาก 4 พิธีในตัวอาคารแล้ว ถ้ามาเช้าก็สามารถตักบาตรในช่วงเช้าได้ด้วย ก็จะได้มุมถ่ายรูปอีก 2 มุม สวยๆเลยค่ะ คือบริเวณลานหินโค้งและหน้าอาคาร

Backdrop ใช้เป็นโครงเหล็กโค้งรูปหัวใจของทางวัด ประดับด้วยดอกไม้จริง และปริ้นรูปของบ่าวสาวออกมาห้อยไว้กับโครงเหล็กและรูปที่เหลือจากการเอามาประดับก็เอาให้แขกเขียนอวยพรให้บ่าวสาวที่หลังภาพ

ด้วยความที่บ่าวสาวอยากให้งานแต่งมีมากกว่างานเลี้ยงสังสรรค์ เลยหาโอกาสเผื่อแผ่ความรักให้กับเพื่อนร่วมโลกและสังคมด้วย 2-3 วิธีดังนี้ค่ะ

วงดนตรี เชิญวงที่เป็นน้องๆพิการทางสายตามาจากสถาบันดนตรีคนตาบอด ทั้งร้องและเล่นดนตรีเพราะมาก มีอุปกรณ์ดนตรีมาเอง หาชุดให้เข้าธีมกันเอง และแต่งหน้าทำผมกันมาเองด้วย เป็นมีอาชีพมากๆ

กิจกรรมก่อนงาน เลือกเป็นการนวดผ่อนคลายให้กับแขกที่มางาน โดยให้น้องๆหมอนวดพิการทางสายตาจากศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอดมาช่วยนวดให้กับแขกในงาน

สุดท้ายเชิญน้องๆ จากบ้านราชาวดีมาเป็นแขกของงานด้วย เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้น้องๆได้เห็นงานแต่งงาน โดยให้น้องๆมาร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน ทำของที่ระลึก และพุดคุยทำกิจกรรมศิลปะกับแขกในงาน

ของชำร่วย เลือกเป็น travel mug ให้แขกได้ใช้สำหรับเครื่องดื่มในงาน เพราะทางวัดก็มีแก้วพลาสติกที่ก่อให้เกิดขยะจำนวนมากพออยู่แล้ว เลยเลือกใช้แก้ว travel mug เพื่อลดโลกร้อนด้วย และทุกคนสามารถตกแต่งแก้วของตัวเองเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของได้ด้วยค่ะ

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ การ์ดแต่งงาน โดยใช้เป็น e-card ใช้ application ทำเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องเปลืองกระดาษ และไม่ต้องกังวลว่าการ์ดจะไม่ถึงมือแขกค่ะ

และงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นงบประมาณที่ใช้เพียงหลักหมื่นเท่านั้น และค่าใช้จ่ายกับทางวัดและมูลนิธิสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีก คุ้มค่ามากๆกับความทรงจำดีๆแบบนี้แถมยังเป็นบุญกุศลเผื่อแผ่ให้ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ และสัมคมที่เราอยู่ด้วยค่ะ ทั้งคู่ก็หวังว่าไอเดียยจัดงานแต่งเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับบ่าวสาวที่กำลังจะจัดงานแต่ง วางแผนสำหรับการจัดอยู่นะคะ ทั้งมีความหมายและไม่เหมือนใครเลยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Pantip.com (สมาชิกหมายเลข 5764834)

รวบรวมรีวิวแต่งงานจาก Weddingsquare.com