รีวิวงานแต่ง ‘รัก..ไม่รู้โรย’ ณ ปัตตานี

SHARE

สวัสดีค่ะ แนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่อไผ่นะคะ ก่อนหน้านี้แวะเข้ามาในเว็บนี้บ่อยมาก ได้ความรู้ดีๆมาเพียบตอนนี้ก็เลยได้โอกาสมาถ่ายทอดเรื่องราวดีๆให้เพื่อนๆฟังค่ะ ต้องเล่าก่อนว่าเจ้าสาวเป็นคนจังหวัดนราธิวาส แต่ทำงานที่ปัตตานีค่ะ ส่วนเจ้าบ่าวเป็นคนลำพูนทำงานกรุงเทพค่ะ เราเลยวางแผนการแต่งงานกัน 2 รอบ ซึ่งห่างกัน 8 เดือนค่ะ (3 กุมภาพันธ์ ที่ปัตตานีกับ 13 ตุลาคม ที่เชียงใหม่ค่ะ ซึ่งตรงกับวันทหารผ่านศึกแล้วก็วันตำรวจพอดี) ผ่านมาปีกว่าแต่เพิ่งได้มีโอกาสมา review ค่ะ เพราะคุณสามีเป็นช่างภาพแต่ขี้เกียจทำรูปสุดๆ ภาคแรกขอเริ่มต้นที่งานที่ปัตตานีก่อนนะคะ

Theme ของงาน

          เนื่องจากเจ้าสาวเป็นคนชอบงานไทยเป็นชีวิตจิตใจ และตั้งใจแล้วว่าอยากจัดงานไทยๆ ซึ่งเพื่อนๆหลายคนบอกว่าขัดกับบุคลิกสุดๆ แต่ด้วยความชอบส่วนตัว และคิดว่าเพื่อนๆคงมีโอกาสแต่งชุดไทยไม่บ่อยนัก จึงมาสรุปที่ธีม “รัก… ไม่รู้โรย” เน้นรูปแบบงานไทยร่วมสมัย เน้นบรรยากาศสนุกสนาน อบอุ่น สบายๆค่ะ งานนี้ระบุในการ์ดว่า ร่วมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยด้วยการสวมชุดไทยหรือชุดผ้าไทยตามสมัยนิยม แขกที่มาร่วมงานก็ให้ความร่วมมือกันดีค่ะ โดยเฉพาะนักเรียนประจำชั้น จัดเต็มกันมาทุกคนเลยค่ะ ทำให้บรรยากาศเป็นไทยขึ้นเยอะ

LOGO
          โลโก้เป็นสิ่งที่ใช้เวลาทำค่อนข้างนานค่ะ เพราะเจ้าบ่าวเป็นคนออกแบบเอง เจ้าสาวก็เลยค่อนข้างเรื่องมาก เปลี่ยนกันอยู่หลายแบบจนสรุปมาได้แบบที่ถูกใจค่ะ อักษรตรงกลางเป็นตัว พ และ ร ได้คำว่าพรพอดีค่ะ แล้วก็มีตัว P และ R อยู่ในโลโก้ด้วย เพิ่งมาทราบตอนหลังค่ะว่านอกจากคำว่า พรจะเป็นอักษรขึ้นต้นของบ่าวสาวแล้ว ยังเป็นอักษรขึ้นต้นของชื่อพ่อแม่เจ้าสาว และคำว่าพรยังอยู่ในชื่อของคุณพ่อคุณแม่เจ้าบ่าวทั้งสองท่านด้วย งานนี้คำว่า พร จึงมีให้เห็นทุกที่ในงาน ตั้งแต่การ์ด ของชำร่วย และป้ายโลโก้ที่น้องสาววาดและตัดให้ค่ะ

การ์ดแต่งงาน
           สั่งทางอินเตอร์เน๊ตค่ะ เลือกดูอยู่หลายร้านเหมือนกันอยากได้ธีมไทยๆหน่อยก็ได้อย่างที่ตั้งใจในราคาไม่แพงมากค่ะ สั่งทำก่อนปีใหม่ ได้งานเร็วและมีคุณภาพค่ะ

ของชำร่วย
           ของชำร่วยเป็นสิ่งที่คิดอยู่นานเหมือนกันค่ะ อยากได้ของชำร่วยที่ไม่ได้ตั้งโชว์เฉยๆ แต่อยากให้ใช้งานได้จริงค่ะ ก็เลยมาลงตัวที่สบู่มาดามเฮง package รูปปิระมิดค่ะ เจ้าสาวชอบ package เป็นการส่วนตัวเพราะแขกที่มางานจะได้ถือได้สะดวก ติดโลโก้เข้าไปก็ใช้การได้น่ารักดีค่ะ สบู่มีสามกลิ่น แกะมาด้านในจะเป็นสบู่รูปหัวใจและมีเอกสารแนะนำวิธีการใช้ครบถ้วนเลยค่ะ

ของรับไหว้ ของรับขันหมาก
          ของรับไหว้เป็นผ้าค่ะ เจ้าสาวคิดอยู่นานว่าจะซื้อผ้าอะไรดี พอดีเดินทางไปปีนัง เลยซื้อผ้านุ่งมารับไหว้ญาติผู้ใหญ่ และกลับมาซื้อผ้าขนหนูมอบให้ญาติฝ่ายชายค่ะ สำหรับขนถือขันหมากเตรียมผ้าคลุมไหล่ให้ค่ะ ซื้อมาจากเกาะยอ สงขลา ผ้าเนื้อดีค่ะ ซื้อร้านเพื่อนได้ราคาเป็นกันเองค่ะ ได้ของครบแล้วก็ไปซื้อผ้ามุ้งกับคุณแม่ มาตัดเป็นถุงผ้าใส่และผูกดิ้นทองกันเอง ก็ดูดีพอไปวัดไปวาได้ค่ะ

ป้ายตั้งโต๊ะ
          เนื่องจากแขกเกือบทั้งหมดเป็นญาติ อาจารย์และเพื่อนร่วมงานของเจ้าสาวครึ่งหนึ่ง และแขกของคุณพ่อคุณแม่ครึ่งหนึ่งเจ้าสาวเลยใช้วิธีการจัดโต๊ะออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 แขกของคุณพ่อคุณแม่ใช้ชื่อของดอกไม้ที่มีสีเหลืองทอง เช่น ราชพฤกษ์ กระดุมทอง
กลุ่มที่ 2 แขกของเจ้าสาวเป็นชื่อของดอกไม้สีชมพู เช่น พวงชมพู บัวหลวง
กลุ่มที่ 3 เป็นนักเรียนช่วยงานเป็นดอกไม้สีขาวค่ะ สำหรับป้ายตั้งโต๊ะเจ้าสาว DIY ง่ายๆ ด้วยการใช้กระดาษ photo print ทำป้ายสามเหลี่ยม ด้านนึงเป็นรูปของบ่าวสาวเขียนว่า “รัก ไม่รู้โรย” อีกด้านเป็นหมายเลขโต๊ะ มีรูปภาพดอกไม้ตามชื่อค่ะ และอีกด้านเป็นเนื้อเพลง รักเธอเสมอ ที่เป็นเพลง theme ของงานนี้ค่ะ เด็กๆนักเรียนจะมีแผนผังการนั่งและจะแบ่งหน้าที่กันพาแขกนั่งโต๊ะ ซึ่งทำให้งานส่วนนี้ราบรื่นไปได้ด้วยดีค่ะ

Pre-wedding และ Presentation
          ไปถ่ายกันถึงเชียงใหม่ค่ะ ได้เพื่อนๆเจ้าบ่าวช่วยถ่ายให้ ถ่ายกันที่วัดอุโมงค์ สถานีรถไฟเชียงใหม่ พืชสวนโลก และก็ริมแม่น้ำปิงช่วงค่ำคืนค่ะ มีเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเข้าพืชสวนโลกเท่านั้นค่ะ ถ่ายแบบไม่มี concept อะไรมาก อยากได้ย้อนยุคแบบไทยๆ ผสมกลิ่นอายยุค 1930 ที่เจ้าสาวชอบเป็นพิเศษนิดๆ ค่ะ ถ่ายรูปและวิดีโอประมาณสองวัน สนุกดีค่ะ

ช่างถ่ายภาพ ช่างวิดีโอ
          เจ้าบ่าวทำงานเป็นช่างภาพ น่าจะมีเพื่อนๆมาช่วยถ่ายภาพกันคับคั่งใช่ไหมค่ะ แต่เผอิญว่าเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่เชียงใหม่ ไม่สะดวกมาปัตตานีสักเท่าไหร่ ตอนแรกก็หวั่นๆว่าจะมีช่างภาพไหมนะ แต่วันงานผิดคาดค่ะ ช่างภาพเยอะมากค่ะ มีทั้งเพื่อนของเจ้าบ่าวที่นี่ เพื่อนๆพี่ๆเจ้าสาว น้องๆที่โรงเรียน นักเรียนที่โรงเรียน เยอะพอควรค่ะ เลยได้ภาพออกมาหลายความรู้สึกและมุมมองค่ะ
ส่วนช่างวิดีโอ ได้พี่ที่เจ้าบ่าวรู้จักจากกรุงเทพมาถ่ายให้ค่ะ ช่างเก่งมาก เก็บทุกมุม และทุกบรรยากาศเลย
สถานที่
          หลังจากได้ฤกษ์สะดวกของทั้งสองฝ่ายคือวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 มาแล้ว สิ่งที่ทำเป็นอย่างแรกคือจองสถานที่คะ เราเลือกจองโรงแรม ซี เอส ปัตตานีเพราะมีรูปแบบการตกแต่งที่สวยงามอยู่แล้ว ไม่ต้องตกแต่งอะไรเพิ่มมาก

การตกแต่งหน้างาน
            ฉากถ่ายภาพ อยากได้ฉากถ่ายภาพที่ดูไทยๆค่ะ เลยบอกน้องที่ดูแลเรื่องดอกไม้ว่าขอเป็นดอกไม้ไทยโทนสีขาวเขียวแซมทองเล็กน้อย สรุปแบบเป็นดอกบัวและใบบัวค่ะ แต่ช่วงเดือนกุมภา บัวแพงมากค่ะ แอบปาดเหงื่อเบาๆค่ะ ส่วนโลโก้เจ้าบ่าวเป็นคนออกแบบ แล้วน้องสาวแกะโฟมให้เองค่ะ ฉากออกมาสวยดั่งใจค่ะ ฉากสีเขียวช่วยขับชุดเจ้าสาวให้ดูเด่นขึ้นมากค่ะ

Gallery
          แกลลอรี่ได้แบบมาจากรันเวย์ต่างประเทศค่ะ ชอบมาก ก็เลยประยุกต์มาเป็นฉากติดรูปซะเลย ใช้ใบดอกพุดตัดสลับกับดอกกล้วยไม้ขาวค่ะ แล้วก็ติดภาพ pre-wedding ที่เป็นเรื่องราวเดียวกับ presentation ค่ะ
มุม blessing card
         นำรูป pre-wedding ไปอัดมาค่ะ แล้วเว้นช่องว่างให้แขกเขียนคำ “พร” ค่ะ จากนั้นก็นำไปหนีบกับสายดอกรักที่ห้อยเป็นสายอยู่กับร่มทางเหนือค่ะ

ซุ้มขนมไทย
           เนื่องจากบรรยากาศงานเป็นแบบไทยๆ และกลัว่าแขกจะหิวเพราะจัดตอนเที่ยวแล้ว หน้างานเลยจัดให้มีซุ้มขนมไทย 3 ชนิดค่ะ มีขนมตะโก้ ขนมชั้น และขนมลูกชุบ เสริฟให้แขกในกระทงใบตอง แขกชอบกันมาก บอกว่าขนมอร่อยแต่เจ้าสาวไม่ได้ชิมนะคะ เด็กๆทำหน้าที่กันไม่ได้พักเลยค่ะ

ชุดเจ้าสาว
          เป็นความภูมิใจเล็กๆของเจ้าสาวค่ะ เพราะคุณแม่ตัดให้ทั้ง 3 ชุด ชุดที่ 1 เป็นชุดไทยประยุกต์แขนยาวตัดแบบตามใจคุณแม่ค่ะ ผ้าซิ่นเป็นผ้าไหมที่นักเรียนซื้อให้ตอนรับปริญญาค่ะ และรับปากเด็กๆว่าจะตัดใส่ตอนแต่งงานก็เลยได้เป็นชุดสีชมพูหวานๆสำหรับใส่ในพิธีสงฆ์ค่ะ

ชุดที่ 2 ชุดสำหรับพิธีหมั้นค่ะ ชุดด้านในสั่งซื้อสำเร็จรูปมาจากเว็บค่ะ ใส่ได้พอดีเป๊ะ แบบห้ามไอแรงๆ มิฉะนั้นมีซิปแตก ชุดนี้ได้ใส่ถ่าย pre ด้วยค่ะ เจ้าสาวซื้อสไบเพิ่มและให้คุณแม่เย็บสไบลูกไม้เพิ่มให้ค่ะ สีสวยดีค่ะ เป็นชุดไทยจักรีแบบประยุกต์มากๆๆๆๆ

ชุดที่ 3 ชุดงานเลี้ยง ชุดนี้ภูมิใจเสนอมากค่ะ เพราะที่มาที่ไปมันเยอะมากค่ะ เจ้าสาวซื้อผ้าซาตินชีฟองสีที่ชอบมาเยอะมากกกก คิดไว้ว่าอยากใส่ชุดไทยยาวๆ แบบร่วมสมัยสักหน่อย เอาแบบให้คุณแม่ดูอยู่นาน ท่านบอกว่าเป็นชุดปราบเซียนค่ะ ถึงขนาดโทรมาบอกว่าถอดใจแล้ว ผ้ามันเย็บยาก ให้เจ้าสาวหาชุดเช่าเผื่อๆมาด้วย งานเข้าละทีนี้ ก็เลยบอกให้คุณแม่สู้ๆ ลูกจะเป็นกำลังให้นะ (แอบลุ้นเบาๆ) จนถึงวันงานชุดยังเป็นแบบแยกชิ้นอยู่เลยค่ะ คุณแม่กับพี่ช่างแต่งหน้ามาช่วยเย็บๆๆๆ กันประมาณ 15 นาทีก่อนเข้างาน เล่นกันลุ้นตัวโก่งว่าจะออกมาแบบไหน ซึ่งไม่คล้ายแบบที่ให้คุณแม่ไปเท่าไหร่ แต่สวยถูกใจ สไตลโอกูตูร์เย็บสดกันเลยทีเดียว

ชุดเจ้าบ่าว
          ชุดเจ้าบ่าวมีสามชุดค่ะ เจ้าบ่าวเช่ามาจากเชียงใหม่ ชุดแรกกับชุดที่สองเป็นเสื้อราชปะแตนสีครีมกับสีทองแดงใส่คู่กับโจงกระเบนค่ะ แล้วก็เปลี่ยนเป็นชุดสูทกับโจงกระเบนสีทองช่วงงานเลี้ยงค่ะ
ชุดเพื่อนเจ้าสาว
          เพื่อนเจ้าสาวหาเช่าชุดสมัย ร.5 มาจาก facebook เป็นสีขาวทองน่ารักมากค่ะ

แต่งหน้าทำผม
          เจ้าสาวโทรจองช่างแต่งหน้ามาจากภูเก็ตค่ะเพราะชอบผลงานเป็นการส่วนตัว ด้วยความที่เจ้าสาวเป็นสาวผิวแทนมาก ก็เลยวิตกว่าถ้าแต่งหน้าตามมีตามเกิด อาจหน้าลอยได้ในระยะ 700 เมตร หรือไม่อาจกลายเป็นค่างแว่นเบาๆ ก็เลยติดต่อจองช่างที่ไว้ใจค่ะ พี่ช่างแต่งหน้าได้เนี๊ยบถูกใจมากค่ะ อยู่ได้ถึงเย็นเลย งานนี้เจ้าสาวไม่มีการลงแป้งที่ตัวนะคะ เพราะไม่ชอบเป็นการส่วนตัว

          สำหรับทรงผมก็ไม่ได้มีแบบผมในใจค่ะ เพราะตัวเองหน้าเหลี่ยม หากเลือกเองอาจจะไม่เข้ากับหน้า เลยให้พี่ช่างแต่งหน้าจัดให้ค่ะ ก็เลยได้ทรงลอนเปียกงามๆมาค่ะ เจ้าสาวชอบมากเพราะเป็นทรงที่อยากทำมาก แต่กลัวจะไม่รุ่ง แต่งานนี้ออกมาโอเคค่ะ เนื่องจากเจ้าสาวเปลี่ยนชุด 3 ชุด ช่างเลยเตรียมเครื่องประดับผมให้แตกต่างกันค่ะ โดยชุดแรกเป็นปิ่นทอง ชุดที่สองเป็นมาลัยซีกสีชมพูอ่อน และเปลี่ยนเป็นเครื่องทองเข้าชุดกับเครื่องประดับสำหรับชุดงานเลี้ยงค่ะ

พิธีสงฆ์
          มีพิธีทำบุญตักบาตรตามประเพณีค่ะ พระเทศน์ได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตคู่ ยอมรับเป็นโมเม้นท์ที่ซาบซึ้งน้ำตาไหลเลยค่ะ
ขบวนขันหมาก
         เป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าสาวปลาบปลื้มมาก เพราะนักเรียนประจำชั้นทั้ง 35 คน พร้อมใจกันแต่งชุดไทยมารำกลองยาวให้ในงานนี้ โดยการฝึกซ้อมของน้องที่โรงเรียน เป็นหัวขบวนซ้อมโห่ล่วงหน้าเป็นเดือนค่ะ ขบวนยาวมาก รำกันเป็นเรื่องเป็นราว นักเรียนชายเพิ่งหัดตีกลองกันก่อนวันงานสักสามสี่วันค่ะ เจ้าหน้าที่ที่โรงแรมตกใจกันใหญ่ว่ามาทำอะไรกันมากมาย ซึ้งใจเด็กๆจริงๆค่ะ

พิธีหมั้น
          โดยให้คุณป้าที่รู้เรื่องการจัดพิธีหมั้นมาจัดการเรื่องพิธีให้ค่ะ มีการตรวจนับขันหมากหมั้น ขันหมากแต่ง สวมแหวน สมของหมั้น และรับไหว้ตามประเพณีค่ะ

            หลังจบ presentation มีการแสดงดปิดตัวโดยนักเรียนประจำชั้น โดยการฝึกซ้อมของผู้นำขบวนขันหมากเป็นจินตลีลาคู่แสดงที่มาของบ่าวสาวแบบซึ้งๆค่ะ ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์เป็นเพลงจังหวะสนุกๆ แบบเพลงกระต่ายเต้น โดยนักเรียนตั้งขบวนรำไปรับบ่าวสาว บ่าวสาวเดินเข้างานค่ะ ซึ่งจะเดินเฉยๆก็ไม่ใช่ทาก็เลยรำเข้างานซะหน่อย แต่ไม่นึกว่าคุณเจ้าบ่าวจะเอาด้วย เซิ้งสุดสะวิงกว่าเจ้าสาวอีกค่ะ เล่นเอาแขกขำกันทั้งงาน ที่เปิดตัวแบบนี้เพราะเจ้าสาวตั้งใจว่าจะไม่ขอเปิดตัวเดินสวยๆ เนิบๆ มันไม่ใช่แนวค่าา

         ส่วนตัวเจ้าสาวชอบทานเค้กนะค่ะ แต่ไม่เคยคิดจะตัดเค้กในงานแต่งตัวเอง เพราะไม่ค่อยปลื้มกับเค้กปลอมเท่าไหร่ งานนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นการรดน้ำต้นไม้มงคลแทนค่ะ เหตุผลง่ายๆคือคุณแม่เป็นคนชอบต้นไม้มาก และเจ้าสาวอยากให้แขกที่มาในงานได้นำพรที่เราส่งต่อให้ไปปลูกที่บ้านค่ะ งานนี้ก็เลยไปสั่งทำที่วางต้นไม้ คุณแม่สั่งให้ใหญ่กว่าที่คิดไปนิด แต่น่ารักดีค่ะ ไปสั่งซื้อต้นว่านเศรษฐีมาจากร้านแถวๆมหาลัยมา สั่งมาหลายๆพันธ์ เวลาวางรวมๆกันก็น่ารักดี ก่อนวันงานหนึ่งคืน ทั้งเจ้าสาว แม่เจ้าสาว เพื่อนเจ้าสาว ญาติๆ ช่วยกันห่อต้นไม้กันสนุกมากค่ะ

          ช่วงพิธีการก็ใช้ขันเงินรดน้ำต้นไม้แล้ว นำไปให้ประธานและพ่อแม่ค่ะ หลังจากพิธีการเรียบร้อย ตอนแรกแขกยังไม่กล้าหยิบกลับบ้าน แต่พอมีคนเปิดประเดิมงานนี้ต้นไม้หายไปในพริบตาค่ะ เจ้าสาวปลื้มปริ่มดีใจที่ทุกคนชอบกันค่ะ 

         ส่วนตัวเจ้าสาวชอบทานเค้กนะค่ะ แต่ไม่เคยคิดจะตัดเค้กในงานแต่งตัวเอง เพราะไม่ค่อยปลื้มกับเค้กปลอมเท่าไหร่ งานนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นการรดน้ำต้นไม้มงคลแทนค่ะ เหตุผลง่ายๆคือคุณแม่เป็นคนชอบต้นไม้มาก และเจ้าสาวอยากให้แขกที่มาในงานได้นำพรที่เราส่งต่อให้ไปปลูกที่บ้านค่ะ งานนี้ก็เลยไปสั่งทำที่วางต้นไม้ คุณแม่สั่งให้ใหญ่กว่าที่คิดไปนิด แต่น่ารักดีค่ะ ไปสั่งซื้อต้นว่านเศรษฐีมาจากร้านแถวๆมหาลัยมา สั่งมาหลายๆพันธ์ เวลาวางรวมๆกันก็น่ารักดี ก่อนวันงานหนึ่งคืน ทั้งเจ้าสาว แม่เจ้าสาว เพื่อนเจ้าสาว ญาติๆ ช่วยกันห่อต้นไม้กันสนุกมากค่ะ

          ช่วงพิธีการก็ใช้ขันเงินรดน้ำต้นไม้แล้ว นำไปให้ประธานและพ่อแม่ค่ะ หลังจากพิธีการเรียบร้อย ตอนแรกแขกยังไม่กล้าหยิบกลับบ้าน แต่พอมีคนเปิดประเดิมงานนี้ต้นไม้หายไปในพริบตาค่ะ เจ้าสาวปลื้มปริ่มดีใจที่ทุกคนชอบกันค่ะ 

โยนดอกไม้
          งานนี้มาในธีมความเป็นไทยเจ้าสาวเลยใช้พวกมาลัยแทนช่อดอกไม้ และสั่งทำเป็นมาลัยดอกพุดร้อยแน่นๆ พร้อมเปิดเพลงอัศวลีลา (เป็นเพลงประจำตัวของแก้วหน้าม้า) สุดท้ายพวกมาลัยก็ตกไปอยุ่ที่เพื่อนเจ้าสาวที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของงานนี้เลยค่ะ แอบมารู้ทีหลังว่าเธอแอบใช้ทักษะกระกระโดดของนักกีฬาเก่าค่ะ 555

เพลงในงาน
งานนี้ไม่มีดนตรีเล่นสดค่ะ เน้นการเปิดเพลงล้วนๆ และไม่มีโมเม้นให้แขกร้องเพลงด้วยค่ะ เพราะเคยไปบางงานญาติๆร้องเพลงอกหักรักคุดเลยขอกันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ เพลงส่วนใหญ่ที่ใช้ในงานเป็นดนตรีบรรเลงเพลงไทยร่วมสมัยประมาณเพลงในรายการคุณพระช่วยค่ะ ตอนเดินเข้างานใช้’เพลงคำหวาน’ประกอบจินตลีลาแสดงความเป็นมาของบ่าวสาว ต่อด้วยเพลงสนุกๆ อย่าง’กระต่ายเต้น ที่เด็กๆและบ่าวสาวรำกันเข้ามาค่ะ ช่วงจุดเทียนและรดน้ำต้มไม้มงคลใช้’เพลงรักเธอเสมอ-สุดขอบฟ้า‘ ของคุณชรินทร์ และช่วงโยนพวงมาลัยเลือกใช้’เพลงอัศวลีลา’หรือเพลงแก้วหน้าม้าที่หลายๆคนคุ้นเคยกันค่ะ

เรื่องตื่นเต้นเล็กๆน้อยๆในวันงานค่ะ

           เจ้าสาวทุกคนก็คาดหวังที่จะให้งานเราสวยงามดังฝันใช่ไหมคะ แต่หลายครั้งก็มีอุปสรรคหลายอย่างทั้งที่ควบคุมได้แลควบคุมไม่ได้ ซึ่งเราต้องปล่อยวาง ยิ้มหวานๆ และมันจะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

1. เรื่องชุดเจ้าสาวชุดที่สามค่ะ เนื่องจากชุดนี้เป็นชุดที่มีสภาพเป็นผ้าหลายๆชิ้นมาประกอบกัน และคุณแม่เจ้าสาวก็ตั้งใจว่าจะเย็บให้เข้ากับสรีระเจ้าสาววันจริงเลยค่ะ แต่เผอิญว่าวันจริงแขกมากันเร็วมากค่ะ เนื่องจากแขกส่วนใหญ่เป็นคุณครูและมีประชุมกันตอนเช้า พอเสร็จงานก็เลยมากันที่งานกันก่อนเวลาค่ะ คุณแม่เจ้าสาวเลยต้องรับแขก ผลสรุปว่าคุณแม่ไม่ว่างมาเย็บชุดให้ค่ะ ทำไงล่ะทีนี้ ช่างแต่งหน้าเลยชวยกันเย็บตามจินตนาการ จนคุณแม่รีบรีบขึ้นมาช่วยเย็บจนเสร็จ ก็เลยได้ชุดเก๋ๆ แบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปค่ะ

1.1 คุณเพื่อนลืมเปิด bubble แล้วก็ dry ice ค่ะ แต่ถือว่าขำๆไปเพราะแขกส่วนใหญ่ไม่รู้ค่ะ
1.2 สำหรับเจ้าสาวที่จัดงานตรงกับวันพระ ส่วนใหญ่พระต้องบิณฑบาตรตอนเช้านะคะ ดังนั้นถ้าจัดงานเช้ามากๆก็ต้องเผื่อเวลาดีๆนะคะ
1.3 งานนี้ลืมส่งตัวค่ะ ฮามาก พ่อแม่บ่าวสาวเลยผสมผสานธรรมเนียมไทยเหนือ ไทยใต้ส่งตัวบ่าวสาวค่ะ สนุกสนานกันน่าดู

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้

1. ความร่วมมือของสมาชิกในครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญมากๆค่ะ งานนี้คุณพ่อคุณแม่และก็น้องสาวช่วยกัน   มากๆค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เหนื่อยกับการเย็บชุดเจ้าสาวจริงๆ
2. แกงค์เพื่อนเจ้าสาวค่ะ ต้องขอบคุณเพื่อนๆเจ้าสาวมากๆๆๆ ที่ทุกคนช่วยงานกันอย่างเต็มที่ หลังจากที่   แบ่งหน้าที่กันไปให้นอนเอามือก่ายหน้าผากกันเล่นๆ หลายเดือน ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ค่ะ ไม่ขาดตกบกพร่องค่ะ บางคนต้องไปงานแต่งงานต่อที่กรุงเทพที่ตอนเย็นก็ยอมตต่อเครื่องหลายต่อเพื่อช่วยงานเช้า บางคนมาจากต่างจังหวัด บางคนท้องแก่ก็มาช่วยงานกันอย่างเต็มที่ค่ะ บางคนติดต่อโรงแรมกันจนจะเป็น sale เองได้อยู่แล้วค่ะ ซาบซึ้งน้ำใจของทุกคนจริงๆค่ะ
3. เหล่านักเรียนประจำชั้น งานนี้เป็นสีสันของงานจริงๆค่ะ เด็กๆช่วยกันตั้งแต่ซ้อมแห่กลองยาว ตัดใบตอง กันตอนกลางค่ำกลางคืน เย็บกระทงใบตอง รับแขกช่วยกันพาแขกเข้าโต๊ะ ตากฝนตากแดดขนฉาก ต้องขอบคุณน้ำใจของทุกคนจริงๆค่ะ
4. ความร่วมมือของสมาชิกในครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญมากๆค่ะ งานนี้คุณพ่อคุณแม่และก็น้องสาวช่วยกันมากๆค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เหนื่อยกับการเย็บชุดเจ้าสาวจริงๆ

           และนี่คือเรื่องราวการแต่งงานเล็กๆ ที่เป็นไปตามความตั้งใจของเจ้าสาวค่ะ และจะกลับมา review อีกครั้งสำหรับงานแต่งที่เชียงใหม่นะคะ ปิดท้ายด้วยรูปเจ้าบ่าวช่างภาพ กับรูปเจ้าสาวฝีมือเจ้าบ่าวค่ะ 

เรียบเรียงโดยทีมงาน WeddingSquare.com
ขอขอบคุณกระทู้ต้นเรื่อง คุณไผ่

SHARE