การเตรียมตัวก่อนจอง Package ถ่ายภาพงานแต่งงาน

    SHARE

     คำถามที่ถามง่ายที่สุด และตอบยากที่สุดจากเพื่อนๆ สมาชิกหนึ่งในนั้นก็คือ จะเลือกสตูดิโอที่ถูกใจได้อย่างไร   จากที่ทีมงานเองได้มีประสบการณ์อ่านความคิดเห็นจากในเว็บไซต์ และได้พูดคุยกับคู่บ่าวสาวมาตลอดกว่า 2 ปี ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึก อันจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังจะตัดสินใจ จองสตูดิโอถ่ายภาพ บทความนี้มีเจตนาที่ให้ข้อเท็จจริงกับเพื่อนๆ สมาชิกทุกคู่คะ

    ทำความเข้าใจกับสไตล์การถ่ายภาพแต่งงาน
               การถ่ายภาพแต่งงานแบ่งตาม package โดยทั่วไปจะแบ่งเป็นการถ่ายแบบ Indoor และ Outdoor  สตูดิโอส่วนมากจะเริ่มจากการถ่าย Indoor (การถ่ายในสถานที่) ในลักษณะนี้จะแบ่งเป็นสไตล์การแต่งตัว อีกสองแบบใหญ่ๆ คือ

            • การแต่งตัวด้วยชุดแต่งงาน เต็มรูปแบบ เช่น เจ้าสาวสวมชุดวิวาห์ เจ้าบ่าวใส่สูท หรือ ใส่ชุดแต่งงานประจำชาติ ในแบบต่างๆ การถ่ายแบบนี้จะทำในห้อง ใช้ฉากม้วนเป็นฉากหลัง มีการจัดไฟถ่ายภาพ 
            • อีกลักษณะเป็นการแต่งตัวโดยใช้ เสื้อผ้าแบบสบายๆ ที่ไม่ใช่ชุดแต่งงาน และถ่ายภายในสตูดิโอ ภาพที่ได้จะมีลักษณะดูเป็นธรรมชาติ (ขึ้นอยู่กับการ Action ของบ่าวสาวด้วย)

    สำหรับการถ่าย Outdoor (ถ่ายนอกสถานที่) ก็เช่นเดียวกันคือ มีการแต่งตัวในสองสไตล์ เหมือน Indoor แต่การถ่าย Outdoor จะทำให้ได้บรรยากาศฉากหลังที่ เป็นธรรมชาติมากขึ้น นิยมถ่ายบริเวณสวนสาธารณะและชายทะเลหรือในโรงแรมที่มี สถานที่สวยๆ สตูดิโอโดยทั่วไปจะเริ่ม package Indoor  และจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม สำหรับการถ่ายแบบ Outdoor


    ภาพออกมาสวย หรือ ไม่สวยเพราะเหตุใด ?

                องค์ประกอบสำคัญที่ จะทำให้ภาพถ่ายบุคคล ออกมาสวย ประกอบไปด้วย
                        • การแต่งหน้า  และทำผม  
                        • ชุดที่สวมใส่ รองเท้า
                        • การจัดองค์ประกอบภาพ  
                        • การโพสต์ท่าของ บ่าวสาว 
                        • อุปกรณ์การถ่ายภาพ
                 สตูดิโอที่ดีจะสามารถควบคุม องค์ประกอบข้างต้นได้เป็นอย่างดี ก่อนการที่จะตัดสินใจจอง Package ขอให้ นึกถึงองค์ประกอบด้านบนเป็นหลัก ซึ่งสิ่งที่จะชี้วัดได้คือผลงานอันแท้จริงของสตูดิโอนั้นๆ

                 “จะได้เห็นผลงานอันแท้จริงได้ ต่อเมื่อได้คุยกับ ลูกค้ามาดๆ ของสตูดิโอนั้นๆ”

                 รูปจากการเตรียมการนำมาโชว์ ในงานออกบูธ ต่างๆ นั้นส่วนมากถูกจัดทำเป็นพิเศษหรือ เลือกจากลูกค้าที่ถ่ายออกมาสวยเป็นพิเศษซึ่ง Sale มักจะนำมาเป็นตัวอย่างเสมอ ก่อนการตัดสินใจจองแพคเกจถ่ายภาพหลายๆ คู่มักจะจองเป็นแพคเกจ  ข้อดีของการจองแบบเหมารวม Package คือได้ครบทุกอย่างในราคาที่ถูก  แต่จริงๆแล้วมีข้อพึงระวังดังนี้

                 • สตูดิโอถ่ายภาพ จะมีความชำนาญเฉพาะการถ่ายภาพเป็นหลัก  สิ่งต่างๆ ที่รวมคิดราคามากับ แพคเกจโดยมากมักจะได้จาก ผู้ผลิต/ผู้บริการอื่นๆ  ซึ่งบ่อยครั้งไม่มีคุณภาพเท่าที่ควรด้วยการกดราคา ผู้ผลิตอื่นๆ และ บวกเพิ่มขายลูกค้า (เฉพาะบางสตูดิโอเท่านั้น)
                    คำแนะนำ : หากไม่แน่ใจ จริงๆ ให้เลือก แพคเกจที่มีเฉพาะการถ่ายภาพ โดยต่อรอง ของแถมต่างๆ ให้เปลี่ยนเป็นภาพถ่าย หรือ อัลบั้ม  (ควรกระทำ ก่อนวางเงินมัดจำ และเขียนเป็นลายลักอักษร)


    • ราคาในแพคเกจ
    เป็นราคาเหมารวม  ทำให้ไม่เห็นราคาจริงๆ ในแต่ละสินค้าหรือบริการ การปรับเปลี่ยนจะ ต่อรองได้ยาก (โดยเฉพาะเมื่อมัดจำไปแล้ว การปรับแพคเกจ มักจะทำให้ ลูกค้าเสียปรียบเสมอ)

                    คำแนะนำ : ควรวางแผนและตั้งงบประมาณ สำหรับการถ่ายภาพไว้ล่วงหน้า การวางแผนทำได้โดยการประเมินคร่าวๆ ว่าต้องการภาพและอัลบั๊ม ลักษณะใดบ้างเริ่มจาก..

    1. ภาพตั้งหน้างาน
      : เริ่มที่ภาพขนาด 16 x 20 นิ้ว ถ้าชอบใหญ่ขึ้น ก็จะเป็นขนาด 20 x 24 นิ้ว หรือขนาด 24 x 30 นิ้ว พร้อมกรอบ  (ควรถาม Sale ไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าต้องการภาพเพิ่ม+กรอบ นอกเหนือจากใน แพคเกจจะเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่)


    2. อัลบั้มภาพ :
     ภาพถ่ายสตูดิโอโดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 95) จะใช้ ฟิลม์ ขนาด 120 mm แตกต่างจากกล้อง ขนาด 35 mm ทั่วๆไป  ฟิลม์ที่ได้ เมื่อนำมาอัดเป็นภาพจะได้ภาพ ขนาด 4×5 นิ้ว (จะเล็กกว่าภาพขนาดจัมโบ้ 4×6 ประมาณ 1 นิ้ว ด้านยาว)  ซึ่งสตูดิโอควรจะจัดเป็น อัลบั้มขนาด 4×5 นิ้วให้ด้วย  และให้สอบถาม Sale กรณีซื้อ อัลบั้มเพิ่มจะคิดเท่าไหร่  คู่บ่าวสาว ส่วนมากเลือกซื้อภาพเพิ่มเกิน แพคเกจ และไม่ได้ต่อรองราคาอัลบั้มไว้ก่อน  ทาง สตูดิโอจะคิดค่าอัลบั้มแพงเกินจริงไปมาก

               • สตูดิโอจะมีรายได้เพิ่ม (เยอะมาก) หลังการถ่ายภาพด้วย การให้ Sale ขายภาพ+ฟิลม์ เพิ่มเกินกว่าใน package ที่จองไว้ โดยราคาที่ขายมักจะสูงเกินจริงมาก (ยกเว้น สตูดิโอระบบ digital จะไม่มีฟิลม์ให้)
                คำแนะนำ : จะต้องคุยกับ Sale ก่อนมัดจำในครั้งแรกถึงกรณี การเลือกภาพ+ฟิลม์ เพิ่มเกินกว่า แพคเกจทางร้านจะคิดเพิ่มเท่าไหร่ รวมทั้งบันทึกลงในใบจอง


    ! เชื่อหรือไม่ ! หากไม่ตกลงไว้ตั้งแต่ต้นบางสตูดิโอ ขายภาพเพิ่มภาพละถึง 800 – 1000 บาท ในขณะที่ต้นทุนของฟิลม์และภาพไม่ถึง 30 บาท (ผู้เขียนแนะนำ ราคาภาพและฟิลม์ ส่วนที่อยู่นอกเหนือ package ควรอยู่ที่ 200 – 400 บาท ต่อภาพไม่ควรเกินกว่านี้ )

             ดูรายละเอียดในใบจอง ให้ชัดเจนว่าภาพที่ได้ในแพคเกจจะได้รับฟิลม์ด้วย บางสตูดิโอไม่ยอมให้ฟิลม์ ซึ่งจุดนี้หากมีระบุบไว้ในใบจอง ก็จะไม่เกิดปัญหาภายหลัง

             • การแข่งขันที่สูงของ สตูดิโอถ่ายภาพ ทำให้ Sale พยายามเชียร์ให้จองแพคเกจโดยการวางมัดจำไว้ก่อน บ่อยครั้ง Sale สตูดิโอจะพูดเกินจริงไปเสมอๆ เช่น “มีชุดให้เลือกวันงานเป็นร้อยๆ ชุด ใหม่ๆ ทั้งหมด”  หรือ “รับรองถ่ายออกมาจะต้องสวย ต้องหล่อ เหมือน ดารา”  หรือ “เพิ่มสตางค์อีกนิดเดียว จะตัดชุดใหม่ให้”
               คำแนะนำ : ถ้าไม่ได้เห็นชุด (ในตู้สำหรับลูกค้าเลือกใส่วันงาน) ไม่ควรจองแพคเกจแบบเหมารวม ชุดบ่าว-สาว วันงานโดยเด็ดขาด (แม้ว่าแถมฟรีก็ตาม) หลายคู่ต้องเสียเงินแถมเจ็บใจ เพราะจุดนี้มาแล้ว และยังจะเป็นเรื่องชวนทะเลาะกันภายหลัง

    12794780_10154069753262216_1783694990032967126_o           • ถ้าไม่ได้เห็นผลงานภาพนิ่ง หรือ VDO ไม่ควรจอง แพคเกจแบบเหมารวม ภาพนิ่ง VDO วันงานโดยเด็ดขาด (แม้ว่าแถมฟรีก็ตาม) ทีมงานถ่ายภา พสตูดิโอมักจะเป็นคนละชุดกับ ทีมถ่ายภาพนิ่งวันงาน ซึ่งสตูดิโอมักจะส่งช่างภาพนิ่งข้างนอก ซึ่งควบคุมคุณภาพได้ยาก

    ** พึงระลึกเสมอว่า งานถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ การที่จะได้ผลงานออกมาสวยงามจะต้องทำด้วยผู้ที่มีประสบการณ์ ควรชมผลงานของท่านนั้นๆ ก่อน

    เรื่องจาก WeddingSquare
    เครดิตภาพ
     Vin Buddy, NARAKORN PHOTOGRAPHY