ว่าจะไม่เล่าแต่อดไม่ได้ งานแต่งเกือบล่มเพราะชุดแต่งงาน

    SHARE

    งานแต่งเราผ่านไปแล้วค่ะ ตอนปลายเดือนพฤศจิกายน นี้เอง หลายๆอย่างก็ราบรื่นดีค่ะ แต่ยกเว้น… 
              เราเริ่มคุยกับแฟนแล้วก็วางแผนแต่งงาน หาฤกษ์ จองโรงแรม แล้วก็หาสตูดิโอถ่ายรูป วันนั้นเราตั้งใจไปลุยทองหล่อเลยล่ะ แต่ไปร้านดังร้านแรกแล้วชุดค่อนข้างเก่า เราเลยไปร้านใกล้ๆกัน ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน จนแฟนเราตัดสินใจเลือกร้านนี้ เพราะอะไรหลายๆอย่าง เริ่มไปถ่ายรูปกันตอนเดือนสิงหาคม แล้วก็ไปรับรูปตอนเดือนกันยายน เราเลือก package 48000 `บาท แต่หลังจากเลือกรูปเราก็คัดทิ้งไป 13รูป สรุปแล้วจ่ายเงินไป แสนกว่าบาท 
                วันนั้นเราเริ่มเลือกชุดแต่งงาน แล้วก็ชุดหมั้น เราเจอชุดแต่งงานถูกใจและคนที่ร้านบอกว่าจะแก้ให้คะ เพราะชุดใหญ่กว่าตัวเรามาก แต่เค้ารับปากว่าทำได้ ไว้ใกล้ๆวันงานแล้วค่อยวัดตัวเพราะอาจจะผอมลงอีกก็ได้ หลังจากนั้นก็ดูชุดหมั้นแต่ไม่ถูกใจเลยเค้าเลยถามอยากได้แบบไหน เราก็อธิบายแล้วเค้าก็ตัดให้ใหม่ แต่วันไปดูชุดไม่ถูกใจเลยคะ เราเลยเลือกใหม่อีกครั้งจนเจอชุดหนึ่งใส่ได้ เราเลยเลือก แล้วเค้ารับปากว่าจะเก็บไว้ให้อย่างดี พร้อมทั้งวัดตัวแล้วบอกว่าจะแก้ให้ นัดเรามาลองอีกครั้งประมาณกลางเดือนตุลาคม


                 แต่ว่าพอเราไปติดต่อชุดแต่งงานเค้าบอกว่ายังไม่ได้แก้เลยพร้อมทั้งบอกว่าแก้ ไม่ได้ ให้เราเลือกชุดใหม่ เราก็เลือกทั้งร้านเลยแต่ไม่ชอบ พร้อมทั้งหาชุดหนึ่งซึ่งคล้ายๆกันมาให้ดูว่าชุดนี้น่าจะเหมาะกับเรา แต่ให้ลองไม่ได้เพราะว่าจะใช้วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เราก็แอบมองแล้วก็จำไว้แล้วก็บอกว่างั้นขอให้เค้าแก้ชุดเดิมที่ เราเลือกไว้ เค้าก็รับปากอีกครั้งพร้อมนัดเรามารับชุดได้เลยวันที่ 23 พฤศจิการยน แต่พอวันที่ 21 เค้าโทรมาบอกว่า ชุดหมั้นที่เราเลือกไว้ไม่สวยเลยขอตัดให้เราใหม่แต่ว่าถ้ามารับวันที่ 23 คงไม่ทัน เราเลยบอกงั้นขอลองโครงแบบปักไม่เสร็จก่อนก็ได้ เค้าตกลง 23 พฤศจิกายนเราเลยไปรับ แต่ว่าต้องคอยนานมาก เหมือนทุกๆครั้งที่ไปลองชุด พร้อมกับได้ข่าวใหม่อีกว่าชุดแต่งงานเราแก้ไม่ได้จริงๆ แต่มีชุดใหม่ซึ่งตัดเสร็จ มาให้เราแทนซึ่งพอดีตัวเรามากกว่าไม่ต้องแก้เยอะ (โดยเราจำได้ว่าคือชุดของคนที่แต่งวันที่ 5พฤสจิกายนนั่นแหละ แต่เราจำได้) เราเห็นว่าใกล้งานแล้ว เราแต่งงาน 27 พฤศจิกายน กลัวไม่ทันก็เลยตกลงพร้อมกับวาดรอยแก้ไว้ที่หัวไหล่ เราย้ำอีกครั้งว่าขอให้ทันวันงานนะ เค้ารับรอง เราบอกเวลาเรามีไม่มาก เค้ารับปากและแจ้งว่าชุดหมั้นจะได้ตอนเย็นวันที่ 25 พฤศจิกายนแน่นอน และชุดแต่งงานเรามาแต่งตัวที่สตูดิโออยู่แล้วคอยมารับตอนเย็นและแต่งตัวไปได้เลย แต่วันที่ 25 เราขี้เกียจออกจากบ้านและก็มีเรื่องต้องทำเยอะแยะ เลยบอกว่าจะมารับ 26 พฤศจิกายนตอนบ่ายโมงตรงนะ เค้ารับปากอีกครั้ง


               แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะ วันที่ 26 เราต้องไปรอตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงเกือบหกโมงเย็น ชุดถึงเสร็จและที่แย่กว่านั้นระหว่างรอชุดหมั้น เราไปเจอชุดแต่งงานแขวนอยู่โดยยังไม่มีการแก้ไข เราเลยบอกเค้าว่าชุดเรายังไม่ได้แก้เลยเหรอ เค้าบอกว่าแก้แล้ว เราเลยพาเค้าไปดู เค้าบอกจริงด้วยรอยวาดชอล์คยังมีอยู่เลย พร้อมทั้งบอกช่วงนี้เค้างานเยอะ ทำไม่ทัน เรานึกในใจทำไมแก้ตัวง่ายจังแต่เค้าบอกไม่เป็นไรแก้นิดเดียว จะส่งซักตอนนี้ แล้วได้พรุ่งนี้เที่ยง คิดดูนะคะเพื่อนๆ เราจะแต่งงานพรุ่งนี้แต่ว่าวันนี้ชุดยังไม่เสร็จ ไม่รู้เพราะเราใจดีเกินไปหรือเปล่า อะไรก็ยอมเค้าไปหมด แต่ชุดแฟนงานเช้า งานเย็นเค้าเตรียมให้หมดไม่มีปัญหา ตอนนั้นเรากลัวเค้าแกล้งก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้ยังไงต้องเสร็จก่อนที่จะมารับ เค้ารับปากและบอกว่าจะช่วยกันทำ
                  เราก็ออกจากร้านมา วันรุ่งขึ้นงานหมั้นเราตอนเช้าผ่านไปด้วยดี พร้อมชุดหมั้นซึ่งเราคิดว่าโอเค และที่ไม่โกรธเค้ามากเพราะชุดหมั้นสวยถูกใจจริงๆ และพี่ช่างแต่งหน้า แต่งได้ดีมาก และตรงเวลาด้วย นัดตี 5 มาตรงเวลาเลยคะ เรานัดพี่เค้าไปสตูดิโอตอนบ่าย 2 เพราะพี่เค้าไม่อยากให้เราหน้ามันเร็ว ถ้าไปแต่งตัวแต่บ่ายเราก็ตกลง เราไปถึงร้านตอนประมาณบ่ายสอง แล้วตอนออกไปฝั่งตรงข้ามรถเริ่มติด เรายังพูดกับแฟนเลยว่าขากลับอย่ารถติดนะ เรายังนั่งหัวเราะกัน พอไปถึงร้าน เราก็นั่งทำผม แต่งหน้าแล้วก็ให้แฟนวิ่งไปบอกเค้าว่าเรามาแล้วนะเพราะกลัวชุดจะมีปัญหาอีก เค้าบอกแฟนเราว่ารับรองคะ พอแต่งหน้าเสร็จ เรียบร้อยแน่นอน เราก็เบาใจ


               ช่วงที่เราแต่งหน้าเสร็จเดินขึ้นไปเปลี่ยนชุดรู้มั้ยค่ะชุดยังไม่เสร็จ เราโกรธมากพร้อมทั้งบอกว่า เราแต่งงานวันนี้นะ แล้วชุดยังไม่เสร็จได้ไง เค้าบอกแก้อีกนิดเดียวให้เราลงมาทำผมต่อก่อน ตอนนั้นเราเริ่มร้อนใจแล้วเพราะเราอยากไปถึงงานประมาณ 5 โมง เพื่อถ่ายภาพกับญาติๆ แล้วก็ถ่ายรูปตามมุมต่างๆของโรงแรม แล้วก็เตรียมของชำร่วย แล้วก็ที่สำคัญเรายังไม่ได้เปลี่ยนรองเท้าเลยล่ะ ใส่เป็นรองเท้าแตะไป หลังจากทำผมเสร็จประมาณเกือบห้าโมงได้ ตอนนั้นเราโกรธจนจะร้องไห้ เจ้าของร้านมาช่วยลงแป้งแล้วก็แต่งเครื่องประดับให้ แล้วก็รอแฟนเราแต่งหน้าจนห้าโมงกว่าก็ยังไม่เสร็จ ทุกๆคนในงานโทรมาตาม เหล้าก็ยังอยู่หลังรถเรา 
               สรุปเราออกจากร้านมาตอนเกือบหกโมง เราแต่งแถวสุขุมวิท ใกล้ทองหล่อมาก แต่ถ้ารถติดเพื่อนๆก็รู้ใช่เปล่าคะ ว่าเป็นไง แต่โชคยังดี เราไปถึงงานตอน หกโมงสิบห้าได้ แต่คนที่มางานเราบอกว่ารถติดมาก พอไปถึงงานคนที่ร้านซึ่งรู้ว่าเราโกรธพยายามโทรหาตลอด เราเลยให้คนอื่นคุยแทน แล้วก็ให้น้องไปเอารองเท้าเจ้าสาวมาให้ แต่เราอยากให้เค้ารู้ว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ อยากให้เค้ารู้ว่าอะไรที่เค้าทำให้เราเสียไป โอกาสดีๆ ที่ไม่อาจหาคืนมาได้อีก แล้วก็ช่วงแรกเราคุมอารมณ์ไม่ได้เลย ลนมาก เพราะตื่นเต้นกับทุกๆสิ่ง แต่หลังจากงานเราคุยกับเค้าว่าเราไม่โกรธ แต่ขอร้องว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก 
                และที่เราเขียนมาอยากให้เพื่อนๆได้เป็นอุทธาหรณ์เตือนใจ ให้ระวังจะได้ไม่เป็นเหมือนเรา ดังนั้นเราคงไม่บอกนะคะว่าสตูดิโอนี้อยู่ที่ไหน เพราะอย่างน้อยตอนนี้คนใกล้ชิดเราหลายๆคนที่ว่าจะใช้บริการเค้า ก็เปลี่ยนใจแล้วละคะ กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

    เรื่องจากสมาชิก คุณwindow
    เครดิตภาพ unsplash.com