ฝากไว้เป็นข้อคิด สำหรับคู่รักที่กำลังจะถ่ายรูปแต่งงาน

    SHARE

    จากสมาชิก WeddingSquare ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการถ่ายรูปแต่งงานเอาไว้เป็นข้อคิดให้กับบ่าวสาวคุ่อื่นๆที่กำลังจัดสินใจว่าจะถ่ายดีหรือไม่ถ่ายดี ลองไปอ่านประสบการณืจากเขากันดีกว่าคะ

               ก่อนอื่นเลย ยอมรับว่าตอนแรกไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับการถ่ายภาพในวันแต่งงานเท่าไหร่ คือไม่ค่อยให้ความสำคัญนะคะ แล้วอีกอย่างเวลาไปเลือกร้านชุดเจ้าสาว หรือว่าสตูดิโอ แม่เจ้าบ่าวจะไปด้วย และคือท่านมีความหวังดี ไม่อยากให้เราสิ้นเปลือง เราจึงตัดสินใจเลือกสตูดิโอแถวบ้านเรา  คือทางร้านให้ชุดแต่งงานเรา 4 ชุด ภาพใหญ่ 20×24 พร้อมกรอบ 1 ภาพ 8*10 1 ภาพ 5*7 1 ภาพ และ 4*6 2ภาพ ราคาอยู่ที่ 10,000 บาท แต่เผอิญเจ้าบ่าวอ้วน ทางร้านเลยขอเพิ่มค่าชุดเจ้าบ่าว 1,000 เราก็ตกลง

               เมื่อวันถ่ายรูปมาถึง เราไปถ่ายที่บางลำพู (ที่มีร้านเรียงรายกันเป็นแถว) ร้านเราเป็นห้อง ๆ เดียว เรานัดทางร้าน 9.30 น. ไปถึง 9.45 น. ปรากฎว่าเขาบอกให้รอก่อนช่างแต่งหน้ายังแต่งตัวอยู่ ก็รออยู่สักพัก พอขึ้นไปถ่าย สถานที่เล็กมากและค่อนข้างเก่า ห้องแต่งตัวห้องถ่ายห้องเดียวกัน ขนาดเท่า 1 ห้องนอนของทาวเฮ้าส์ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไม่มี ต้องใช้รูดม่านกั้นเป้นที่เปลี่ยนชุด ก็ให้ช่างถ่ายรูปไปอยู่นอกผ้าม่าน เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าทุลักทุเลน่าดูเลยคะ  ของวางระเกะระกะ แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะมาถ่ายภาพ ทางร้านก็เอาชุดมาให้เราใส่ทั้งหมด 3 ชุด โดยไม่ได้ให้เลือกเลย มีชุดไทย ชุดราตรี ชุดแต่งงาน) เราก็รู้สึกไม่ดีกับตรงนี้นิดนึง คือใจเราอยากเลือกชุดแต่งงานแบบที่เราชอบ แต่เราก็เฉยไม่อยากพูดอะไรมาก คือใจกลัวว่าเขาจะว่า ว่าจะอะไรมากมายกับราคาแค่นี้ ส่วนช่างแต่งหน้าก็แต่งหน้าก็ใช้ได้นะคะ แต่ช่างผมก็ทำผมตามความเคยชิน ตามความชอบของตัวเอง ไม่ค่อยดูตามรูปหน้าเราเท่าไหร่


               ตอนถ่ายรูป หลังจากแต่งหน้าเสร็จ ก็นั่งรอช่างถ่ายรูปประมาณอีก 15 นาที ทางร้านบอกว่ายังมาไม่ถึง เราก็ไม่เป็นไรรอได้ วันนี้ลางานทั้งวัน ไม่ได้ไปไหน แต่พอช่างถ่ายรูปมาถึง ก็สั่งให้พนักงานมาจัดท่าให้ ทำเหมือนหุ่นยนต์ ถ่ายๆ ไปซะจะได้เสร็จ ถ่ายแบบว่า ฉันเสียเวลานะมานั่งถ่ายรูปพวกเธอ สั่งให้ยิ้มๆ ยิ้มมากๆ คือว่าเรารู้ว่าเราไม่สวยและเป็นคนที่ยิ้มมากมาก แล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยดี เราก็พยามยามยิ้มไม่มาก ซึ่งเราทดลองยิ้มกับตัวเองอยู่หน้ากระจกอยู่หลายครั้งแล้ว แต่พอมาเจอเขาสั่งๆ เราก็ได้แต่ยิ้มตามที่เขาสั่ง ไม่มีการพูดคุยสร้างความเป็นกันเองกันก่อนเลย ทำเหมือนคนโกรธกันมาถ่ายรูป คือเรียกว่าที่นี่ไม่มีหัวใจในการให้บริการนะคะ

               แต่หลังจากนั้นเชื่อไหมคะ หลังจากเราล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมาข้างล่าง คุณช่างภาพ ชวนคุยโอภาปราศรัยเป็นอย่างดีมาก เพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะจะเสนอสินค้าและบริการของตัวเองไง ต่างจากคนถ่ายภาพข้างบนลิบลับ สินค้าและบริการของเขาก็คือ ถ่ายภาพวันงาน ทำอัลบัมรูปเพิ่มจากแพ็คเกจและโต๊ะจีน คุยดีมาก เพราะจะให้เราจ่ายเงินจองเลย แต่เราก็ไม่ได้ตกลงอะไร เพราะคิดอยู่แล้วว่าภาพที่ออกมาต้องไม่ดีแน่ ๆ แต่หลังจากนั้นเธอโทรมาหาเราหลายครั้งมากเพราะต้องการให้เราใช้ โต๊ะจีนกับเขา

               เมื่อวันดูรูปมาถึง เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ถ่ายทั้งหมด 20 รูป เลือกที่พอดูได้มาแค่ 5 รูปเท่านั้นจริงๆ พนักงานยังเชียร์ให้เราเหมารูปหมดสิ คิดไม่แพงหรอก เราก็ได้แต่คิดในใจว่าเอามาทำไม ไม่ได้มีความสวยเลย แล้วยิ่งภาพที่เราถ่ายเป็นในสตู ที่ฉากก็ดูไม่ดีเก่าๆ ไม่มีความทันสมัย


                สรุปเลยนะคะ คืออยากให้เพื่อนๆ ทุกคนพยามยามตัดสินใจให้ดี ก่อนที่จะตกลงใจเลือกสตูดิโอ ดูที่บริการ ดูที่สถานที่ ดูแนวการถ่ายภาพ อย่าคิดแต่เลือกของถูก ครั้งนึงในชีวิตของเรายอมเสียเงินเพิ่มอีกหน่อย แล้วได้สิ่งที่ดี ได้บริการที่ดี มีอัธยาศัย คือซื้อความพอใจ ความสบายใจ ดีกว่านะคะเพราะถึงแม้ถ้าคิดว่าต่อไปภายหน้าก็ถ่ายได้ แต่อย่าลืมว่าเราก็แก่ลงไปด้วย แล้วความหมายหรือคุณค่าของมันคงไม่เท่ากับตอนนี้ ทางที่ดีควรไปที่สตูดิโอเองเลย เพื่อจะได้เห็นสถานที่จริง และชุดจริงๆ ซึ่งรายการต่างๆ สามารถต่อรองราคาได้ ต่อไปเถอะคะถ้าเขาให้ได้เขาก็จะให้เรา (จากประสบการณ์ที่ไปกับเพื่อนมาหลังจากที่เราเสียเงินจองสตูดิโอของเราแล้ว เป็นสตูดิโอ ที่เป็นสปอนเซอร์กับ WeddinfSquare นี่แหละคะ เขาจะให้เราเยอะมากจากแพ็คเกจที่มี เพื่อนจะต่อรองเก่งมาก และที่สำคัญบริการดีมาก สถานที่ก็ดี แนวการถ่ายรูปก็ทันสมัย ให้ความเป็นกันเองกับลูกค้า) สุดท้ายคะ เรากับแฟนเลยตกลงจะไปหาที่ถ่ายรูปกันใหม่ คืออยากมีอะไรเอาเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีของเรา

    เรื่องจากสมาชิก คุณleeart
    เครดิตภาพ lightedpixelspixies