รวบรวมมาฝากกันแล้วจ้า สำหรับคู่รักที่จะจัดงานแต่งในโบสถ์ ไปดูกันว่าในเมืองไทยมีที่ไหนบ้าง

SHARE

          ถ้าให้พูดถึงการแต่งงานของคนที่นับถือศาสนาคริสนั้น ก็คงจะต้องนึกถึงโบสถ์เป็นอันดับแรก เพราะเขาใช้เป็นสถานที่ทำพิธีของคนที่นับถือคริสกัน และถึงแม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่นับถือศาสนาคริสต์เช่นกัน โดยเราได้รวบรวมโบสถ์ที่เป็นสถานที่แต่งงานมาให้ทุกคนได้เลือกกัน มาดูสิว่ามีที่ไหนกันบ้าง

1อาสนวิหาร อัสสัมชัญบางรัก กรุงเทพฯ

            เป็นสถาปัตยกรรมแบบเรเนอซองส์สุดตระการตา ด้านในผนังและเพดานมีความงดงามด้วยจิตกรรมแบบเฟรชโก และประติมากรรมปูนปั้น ซึ่งอาสนวิหาร อัสสัมชัญบางรัก กรุงเทพฯ มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี สร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของคริสต์ศาสนิกชนที่เพิ่มขึ้น และมักจะถูกเลือกใช้เป็นสถานที่แต่งงาน และขึ้นชื่อว่าเป็นที่ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

2โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล จังหวัดจันทบุรี

           ถูกยกให้เป็น Unseen Thailand อีกที่หนึ่งเลยคะ โดยตัวโบสถ์เป็นไม้ฉลุลายประดับกระจกสี  มีรูปปั้นของพระแม่มารีตั้งตะหง่านอยู่เบื้องหน้าของวิหาร ซึ่งเป็นเสน่ห์ของโบสถ์แห่งนี้ ส่วนความงดงามต้องยกให้สถาปัตยกรรมแบบโกธิก ที่จำลองแบบมาจากโบสถ์ Northerdam ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีความเก่าแก่ยาวนานมาถึง 275 ปี และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวรวมไปถึงใช้ประกอบพิธีแต่งงาน หรือพิธีทางศาสนาอีกด้วย

3โบสถ์คริสต์พระหฤทัย (วัดเพลง 100 ปี)  จังหวัดราชบุรี

            หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าวัดเพลง มาจากชื่ออำเภอวัดเพลง ที่มีประเพณีกล่อมเด็ก เพลงเรือ และเพลงปรบไก่ที่ขึ้นชื่อ เป็นโบสถ์ที่งดงามที่สุดในจังหวัดราชบุรี แต่เดิมเป็นโบสถ์ไม้และต่อมาก็มีการสร้างโบสถ์หลังปัจจุบันจนมีอายุมากกว่า 100 ปี ซึ่งจุดเด่นคือ สถาปัตยกรรมแบบโกธิค ด้านหน้าของโบสถ์มีอนุสาวรีย์พระหฤทัย ส่วนด้านในมีแท่นบูชา

4คริสต์จักรตรัง จังหวัดตรัง

           สร้างขึ้นตั้งแต่ค.ศ. 1915 เรียกได้ว่าความเก่าแก่ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว อดีตเป็นหอระฆังที่แต่เดิมเป็นเพียงดาดฟ้า ลักษณะคล้ายกับป้อมทหารสมัยโบราณ หลังจากนั้นก็ได้ปรับปรุงใหม่เปลี่ยน ซ่อมแซมเมื่อกันยายน – ตุลาคม ค.ศ. 1985 ต่อมาก็ได้สร้างโบสถ์หลังใหม่ เปลี่ยนเป็นแผ่นไลสาด และทำเวทีใหม่ให้ลดต่ำลง จนใช้งานมาถึงปัจจุบัน

5
โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล จังหวัดสกลนคร

           ด้วยสถาปัตยกรรมสุดแปลกตา ทำให้โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลกลายเป็นไฮไลต์สำหรับการท่องเที่ยวไปแล้ว เพราะสร้างสรรค์รูปหัวเรือสีขาวสูงใหญ่อลังการได้อย่างสวยงาม ซึ่งจุดประสงค์หลักในการก่อสร้างก็เพื่อระลึกถึงการอพยพมาตั้งถิ่นฐานของคริสตชนในหมู่บ้าน  ซึ่งชางบ้านยังเชื่อถือกันว่าพื้นที่นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ และยังคงเสน่ห์ผสมผสานความเป็นสาสนาคริสต์และวิถีชีวิตของชาวอีสานได้อย่างลงตัว

ขอบคุณข้อมูลจาก painaidii.com
เครดิตภาพ FB: kungbassman, KoonShyGalleria, AssumptionCollege