รวมผู้ช่วยคนสำคัญที่บ่าวสาวขาดไม่ได้ในงานแต่ง บอกเลยว่ามีไว้อุ่นใจกว่าเยอะ

    SHARE

              สำหรับคู่รักที่กำลังจะแต่งงานและยังจับหัวจับหางไม่ถูกว่าต้องเริ่มจากตรงไหน เตรียมอะไรบ้าง เพราะอย่างที่รู้ๆกันอยู่แล้วว่าจะจัดงานอะไรสักงานก็ต้องมีทีมงานหรือคนค่อยช่วยดูนั้นนี้อยู่ไม่มากก็น้อย แล้วยิ่งเป็นงานมงคลอย่างงานแต่งด้วยแล้ว การเตรียมตัวถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเลยนะคะ รายละเอียดเยอะมาก พิธีนั้นพิธีนี้ ดังนั้นการมีคนค่อยช่วยหรือค่อยเตือนอยู่ข้างๆ คงจะดีกว่านั่งหัวหมุนกันอยู่สองคนใช่ไหมล่ะคะ ไปดูกันดีกว่าว่าผู้ช่วยคนสำคัญสำหรับงานแต่งมีใครและทำหน้าที่อะไรกันบ้าง

    1. การรันคิว ที่มีส่วนสำคัญอยู่ไม่น้อย เป็นทั้งที่ปรึกษาให้บ่าวสาวก่อนวันงาน แถมยังรับหน้าที่ประสานงานในหลายๆฝ่ายอีกด้วย ดูแลความเรียบร้อย บรีฟงานให้เพื่อนเจ้าสาว คอยดูแลลำดับพิธีการภายในงาน เช็คเครื่องเสียง ซ้อมคิวบ่าวสาว ดูแลเครื่องแสงไฟในแต่ละช่วงของงาน ซึ่งการทำหน้าที่เหล่านี้ ทำให้บ่าวสาวคลายกังวลลงไปได้เยอะเลยแหละค่ะ

    2. พิธีกร ช่วยให้วิธีการง่ายขึ้น ดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด บางงานบ่าวสาวให้เพื่อนมาเป็นพิธีกรให้ แต่สิ่งที่ควรระวังคือต่อให้เพื่อนจะมีประสบการณ์และความสามารถขนาดไหน ก็อาจจะมีสะดุดได้เพราะบางคนไม่ได้เรียนรู้และมีคุณสมบัติทางด้านพิธีกรมาโดยตรง ซึ่งพิธีกรมืออาชีพนั้นเขาจะมีความเข้าใจและลำดับพิธีการได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถอธิบายให้แขกได้เข้าใจได้ ไม่มีสคริปต์ที่ตายตัว แต่จะมี eye contact กับแขกในงาน จุดนี้ก็สามารถสร้างบรรยากาศแถมยังแก้ไขสถานการณ์เวลาผิดพลาดไปในตัวได้ด้วย

    3. ช่างภาพงานแต่ง ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่บางงานบ่าวสาวก็จ้างเพื่อนมาถ่ายรูปให้ ถ้าเพื่อนเป็นช่างภาพงานแต่งอยู่แล้วก็รอดตัวไป แต่ถ้าเพื่อนไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพอาจมีพังได้นะคะ เพราะช่างภาพงานแต่งจริงๆ เขาจะรู้มุมกล้อง จังหวะของพิธีการ มีความพร้อมในลำดับพิธีและช่วงเวลาต่อไป มีทีมที่พร้อม และอุปกรณ์ครบครัน งานแต่งงานเป็นอีกหนึ่งงานที่สำคัญในชีวิต ลองคิดดูนะคะว่าอยากมีภาพความประทับสวยๆเก็บไว้หรือเปล่า

    4. ทีมงานวีดีโอ หลายคนหลายคู่เลยล่ะคะที่ไม่อยากจ้างทีมงานตัดต่อวีดีโอ เพราะมีราคาที่ค่อนข้างสูง การจ้างทีมงานที่มีคุณภาพแล้ะน่าเชื่อถือ ไม่ว่าวีดีโอจะใช้เวลาในการตัดต่อสั้นหรือยาวแค่ไหน ก็มั่นใจได้เลยคะว่ามันจะคุณภาพแน่นอน

    5.วงดนตรีงานแต่ง ก็จะรับหน้าที่ในการดูแลเสียงเพลงตลอดทั้งงาน ทั้งก่อนช่วงเข้าพิธีกร ช่วงพิธีการ เปิดตัวบ่าวสาว ตัดเค้ก โยนดอกไม้ รวมไปถึงเปิดคลอเบาๆเพื่อไม่ให้เกิดอาการ Dead-Air ภายในงานด้วย ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะมีอุปสรรคหรืออะไรขัดข้องระหว่างงานหรือเปล่า การมีเครื่องเสียงหรือวงดนตรีสามารถช่วยปรับบรรยากาศหรือกลบความผิดพลาดในส่วนเล็กๆน้อยๆไปได้นะคะ

    6. ชุดแต่งงาน ทุกวันนี้มีสตูดิโอเช่าชุดเจ้าบ่าวเช้าสาวเยอะแยะเต็มไปหมด ราคาจะมาจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับชุดและร้านนั้นๆ แต่การเลือกชุดต้องค่อยๆเลือกอย่ารีบร้อน เพราะไหนจะต้องดูที่เนื้อผ้า การปักการเย็บ ความใส่ใจลูกค้าของเจ้าของร้าน อีกอย่างการเลือกชุดแต่งงานควรเผื่อเวลาก่อนถึงวันที่ต้องใช้ชุดจริงๆ ไว้เยอะๆเลยจะดีกว่านะคะ เพราะถ้าเร่งรัดหรือรีบร้อนเกินไป ชุดที่ได้อาจจะไม่สวยและไม่เหมาะกับตัวบ่าวสาว และสุดท้ายการเลือกร้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ร้านไหนมีประสบการณืและมีความเป็นมืออาชีพก็ทำให้อุ่นใจได้เยอะเลยนะคะ

    7. ช่างแต่งหน้าและช่างทำผม นอกจากชุดที่ทำให้ดูสวยดูหล่อแล้ว เมคอัพก็เป็นเรื่องสำคัญ อย่างที่หลายๆคนรู้ว่ามันสามารถเปลี่ยนจากศพเป็นคนได้เลยนะคะ เพียงแค่เติมสีสันด้วยเมคอัพต่างๆลงบนใบหน้า รวมไปถึงการเลือกช่างแต่งหน้าทำผมด้วยค่ะ ช่างที่มีประสบการณ์เป็นมืออาชีพ รู้เทคนิคว่าควรทำผมแบบไหน แต่งหน้าโทนอะไร ที่จะขับผิวและทำให้ดูสวยดูหล่อที่สุดในวันสำคัญได้

    8. การ์ดแต่งงาน เป็นเหมือนสิ่งที่สื่อความรักของบ่าวสาวมอบให้กับญาติผู้ใหญ่ เพื่อนสนิท และคนรู้จัก ให้เขามาร่วมแสดงความยินดี การ์ดแต่งงานสมัยนี้มีทั้งออกแบบเองและจ้างร้านทำ ซึ่งก็ขึ้นอยุ่กับความชอบของบ่าวสาวอีกนั้นแหละค่ะว่าชอบแบบไหน สไตล์อะไร

    9. ฉาก แบล็คดรอป แกลอรี่ ซุ้ม โต๊ะรับแขก ของตกแต่งต่างๆ ถือว่าเป้นหน้าตาของงานเลยก็ว่าได้ สำคัญมากนะคะ ซึ่งในการจัดเตรียมของต่างๆก็ต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ด้วยเช่นกัน ใครมีงบหน่อยก็อาจจะจ้าง แต่ถ้าใครเน้นประหยัดก็อาจจะให้คนใกล้ตัวที่มีฝีมือทางนี้หน่อยเป็นนำทีม ทางที่ดีควรตกแต่งไปในธีมหรือทิศทางเดียวกัน ร่วมไปถึงบนเวทีด้วยนะคะ

    10. Lighting ฉากสวยๆ ไฟงามๆ ต้องยกความดีงามให้ระบบไฟเขาเลยค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้งานดูมีสีสันแล้ว ทางทีมงานที่จ้างมาก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพอยุ่เหมือนกัน รู้จักการ setup ให้ถูกที่ ถูกช่วง เพราะถ้าพลาดไปจากบ่าวสาวที่ต้องเด่น อาจจะหม่นหมองลงไปเลยก็ได้นะคะ ในส่วนของหน้าที่ระบบไฟนี้ใครที่มีงบประมาณค่อนข้างประหยัด ไม่จำเป็นต้องมีในงานแต่งก็ได้นะคะ

             เพราะงานแต่งงานมีครั้งเดียวในชีวิต ใครๆก็อยากลงทุนเพื่อจะเก็บไว้เป็นความประทับใจเมื่อนึกถึง แต่อย่าลงทุนจนเข้าเนื้อและกลายเป็นหนี้สินภาระในการเริ่มต้นชีวิตคู่นะคะ อะไรที่พอได้ จ่ายไหว ประดิษฐ์เองไม่เสียเงิน ลองเอามาผสมให้เข้ากัน แค่นี้คุณก็ได้งานแต่งที่สวยงามแบบที่ฝันไว้แล้วล่ะคะ

    เครดิตภาพ pinterest.com
    ขอบคุณข้อมูลจาก Pantip.com (สมาชิก patziilla)

     

    ปรึกษาปัญหาเรื่องแต่งงาาน inbox ทางนี้เลยค่ะ Weddingsquare.com